ศัพท์เครื่องเสียง

———————————————————————————————–  Al  ——————————————————————————-

AAD
หมายถึง เสียงดนตรีที่ได้ถูกบันทึกเป็นต้นฉบับในรูปแบบของสัญญาณอนาล็อก และต่อมาได้แปลงสัญญาณให้เป็นรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลเพื่อบันทึกลงบนแผ่น CD

AC-3
หมายถึง ดูได้จากคำว่า Dolby Digital คือระบบเซอร์ราวท์ 5.1 CH

ADD
หมายถึง เสียงดนตรีที่บันทึกต้นฉบับ (มาสเตอร์) เป็นสัญญาณอนาล็อก หรือการนำเอามาสเตอร์ดังกล่าวมาแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอล และเก็บข้อมูลดิจิตอลดังกล่าวลงในแผ่น CD

Alignment
หมายถึง การจัดวางทิศทางของหัวเข็มให้ได้ฉากกับร่องแผ่นเสียง เพราะหากทิศทางและมุมของการวางหัวเข็มไม่ถูกต้องเสียงที่ออกมา นั้นจะมีความผิดเพี้ยนสูง ในขณะเดียวกัน Alignment นี้จะรวมไปถึงการจัดวางหัวเทปให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน

Amplifier
หมายถึง เรื่องของภาคขยายให้สัญญาณแรงขึ้นให้เพียงพอที่จะขับเสียงของลำโพงได้ การขายสัญญาณจะแบ่งเป็นสองช่วงคือ การขยายสัญญาณอ่อน เรียกว่า Pre-Amplifier ส่วนนี้จะขยายสัญญาณให้แรงขึ้นมาระดับหนึ่งก่อนที่จะป้อนเข้าภาคขยายตัวจริง คือเพาเวอร์แอมป์ และเมื่อในสองส่วนนี้มารวมกันในตัวเดียวกันเราเรียกว่า Integrated – Amplifier

Analogue
หมายถึง สัญญาณที่เป็นรูปคลื่นเสียงตามปกติ การรับและส่งสัญญาณก็เช่นเดียวกัน จะไม่เป็นสัญญาณข้อมูลตัวเลขเหมือนสัญญาณดิจิตอล

Anti-skating
หมายถึง เป็นตัวดึงและรักษาให้โทนอาร์มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงมีแรงต้านทาน การดึงเข้าสู่ศูนย์กลางในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

A COUSTIC
หมายถึง สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อคลื่นเสียง รวมทั้งปริมาตร และรูปลักษณะ

Alternator
หมายถึง ส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าในรถ อุปกรณ์นี้สามารถแบทเตอรี ขณะที่เครื่องยนต์ทำงานแล้วป้อนกระแสไฟไปให้อุปกรณ์ไฟฟ้ารวมทั้งตัวเพาเวอร์แอมพ์ อุปกรณ์ตัวนี้จะผลิตกระแสไฟ ระหว่าง 30-60 แอมแพร์

Alternator Whine
หมายถึง เสียงความถี่สูงเกิดจากเครื่องทำกระแสไฟ ที่ขยายผ่านเข้าทางระบบเสียงเนื่องจากติดสายลงดินไม่แน่น ดูเพิ่มจากคำ GROUND LOOP

Aluminium Alloy
หมายถึง โลหะผสมชนิดหนึ่ง นิยมนำมาทำโดมทวีเตอร์

AMP-RAC
หมายถึง แผงติดตั้งแอมพ์ที่สร้างจากโลหะ สามารถยึดแขวนได้

Angle Alignment
หมายถึง การปรับตั้งมุม หรือทิศทางของลำโพง

Aperiodic
หมายถึง ประเภทตู้ซับวูเฟอร์ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มช่วงความถี่

AUX (AUXILARY)
หมายถึง ช่องสัญญาณเข้า (เสริม)

AXIS
หมายถึง ทิศทางของเสียจากลำโพง เช่น ON-AXIX ทิศทางของลำโพงหันไปยังหูผู้ฟังโดยตลอด

———————————————————————————————–   ——————————————————————————-

Balanced connections
หมายถึง การต่อวงจรไฟฟ้าแบบบาลานซ์ เพื่อจัดการให้สัญญาณไม่ว่าขั้วบวกหรือขั้วลบ เปลี่ยนไปจากปกติ ยิ่งเป็นสัญญาณบวกมาเทียบกับระดับอ้างอิง (หมายถึง การลงกราวด์) การต่อสัญญาณแบบบาลานซ์ คือการใช้สัญญาณบวกและลบผ่านมาในตัวนำที่มีการซีลด์ (หุ้มฉนวน) มาอย่างดี เพื่อป้องกันสัญาณรบกวน การต่อแบบนี้นิยมใช้กันในห้องบันทึกเสียงและชุด PA เนื่องจากต้องเดินสายเป็นระยะทางยาวๆ ดังนั้น โอกาสที่สอดแทรกเข้าสู่ระบบเสียงจึงมีอยู่สูง

Bass
หมายถึง ความถี่ต่ำและเป็นระดับเสียงตัวที่ 5 ของทางเสียงดนตรี เสียงเบสที่ดีนั้นหมายถึง การถ่ายทอดเสียงของเครื่องดนตรีที่เล่นเป็นริธึ่มออกมาได้ชัดเจน

Bass reflex
หมายถึง รูปแบบหนึ่งของการออกแบบตู้ลำโพง เพื่อให้เกิดการอัดคลื่นในตู้ผ่านท่อออกมาในย่านความถี่ต่ำ ซึ่งทำให้เสียงเบสที่ได้นั้นหนักแน่นขึ้น

Biamping
หมายถึง รูปแบบของการต่อเพาเวอร์แอมป์เข้าไปกับซับวูฟเฟอร์ ลำโพงมิดเร้นจ์ และทวีตเตอร์ โดยใช้เพาเวอร์แอมป์ 2 ตัว และใช้เพาเวอร์แอมป์ตัวแรกขับซับวูฟเฟอร์โดยตรง ส่วนตัวที่สองใช้ขับลำโพงมิดเร้นจ์และทวีตเตอร์

Binding post
หมายถึง วงแหวนของขั้วต่อสายลำโพงที่สามารถต่อเล่นแบบไบวายร์ หรือต่อเล่นเป็นแบบธรรมดา

Bit
หมายถึง ข้อมูลทางสัญญาณดิจิตอล ซึ่งแบ่งออกเป็นช่วงสั้นๆ ของชุดสัญญาณ เช่น อาจเป็น 8 Bit, 14 Bit ซึ่งจะบอกถึงความแรงของสัญญาณในช่วงหนึ่งๆ ของเครื่องเล่น CD, DVD, Video CD

Bitstream
หมายถึง วิธีการเปลี่ยนสัญญาณดิจิตอลมาเป็นสัญญาณนาล็อกสำหรับซีดี ตัวแปลงสัญญาณในระบบ Bitstream นี้ จะจัดการถอดรหัสดิจิตอลด้วยความเร็วสูงกว่าระบบ DAC ทำให้มีความต่อเนื่องราบเรียบกว่า

Biwiring
หมายถึง การต่อสายลำโพงสองชุด แยกสำหรับวูฟเฟอร์และมิดเร้นจ์ ทวีตเตอร์ ลดการรบกวนในสายลำโพง

Bridging
หมายถึง การเพิ่มกำลังขับของเพาเวอร์แอมป์ให้มากขึ้น ด้วยการให้สัญญาณจากขั้วบวกของแชนแนลที่หนึ่งและขั่วลบของแชนแนลที่สองของเพาเวอร์แอมป์ ต่อเข้าบวกลบของลำโพงโดยตรง ในกรณีที่ต้องการเล่นเป็นสเตอริโอนั้น ก็ใช้เพาเวอร์แอมป์สองตัว การต่อแบบริจด์นี้ส่วนใหญ่ใช้ต่อเพื่อขับซับวูฟเฟอร์ ไม่รวมถึงทวีตเตอร์เพราะกำลังขับสูงๆ อาจทำให้ทวีตเตอร์เสียหายโดยง่าย

Bass Control
หมายถึง การปรับแต่งเสียงเบสส์

Bass up front
หมายถึง เสียงเบสส์จากด้านหลังแผ่มาถึงด้านหน้า

Bandpass
หมายถึง ตู้ซับวูฟเฟอร์ชนิดที่มี 2 ห้อง ซ่อนตัวลำโพงด้านในติดตั้งที่ผนังตู้บริเวณที่อยู่ในตู้ หรือการตัดความถี่เป็นช่วง

Bandwidth
หมายถึง เกี่ยวกับภาคทูเนอร์ วงจรในเพาเวอร์แอมพ์หรือ ครอสส์โอเวอร์เป็นช่วงความถี่ระหว่าง 2 จุด

Bridge Mono
หมายถึง การต่อสัญญาณเอาท์พุทเพาเวอร์แอมพ์จาก 2 แชนแนลเป็น 1 แชนแนลเพื่อให้ได้กำลังขับเพิ่มขึ้น

Butterworth
หมายถึง ประเภทวงจรตัดความถี่ในครอสส์โอเวอร์ ที่ให้สัญญาณแฟลท

———————————————————————————————– c  ——————————————————————————-

Cables
หมายถึง สายนำสัญญาณ โดยมากอาศัยทองแดงเป็นตัวนำ การออกแบบโครงสร้างของตัวนำของสายแต่ละยี่ห้อ อาจมีความแต่งต่างกันออกไป ฉนวนที่หุ้มอาจต่างกัน สายนำสัญญาณอาจให้ผลความแตกต่างในด้านเสียงได้ เนื่องจากคุณสมบัติทางไฟฟ้าการวางสายยาวๆ ยิ่งกระทบต่อเสียงมาก

Cable TV
หมายถึง ขั้วต่สายสัญญาณของทีวีระบบมัลติแชนแนล

Cartridge
หมายถึง หัวเข็มเล่นแผ่นเสียงมีหน้าที่เก็บข้อมูลเสียงตามร่องที่ถูกบันทึกมาเป็นรูปคลื่นขยักๆ การทำงานอาศัยปลายเข็มรูดไปตามรูปคลื่นสร้างความเคลื่อนไหวมาตามก้านเข็ม ทำให้มีเส้นแรงแม่เหล็กตัดกับขดลวดสร้างแรงดันไฟฟ้าขึ้นมา

Compact Disc
หมายถึง แผ่นดิสด์ที่มีขนาดมาตรฐาน 12 เซนติเมตร เป็นแหล่งเก็บข้อมูลดิจิตอล อ่านสัญญาณด้วยแสงเลเซอร์ แผ่นดิสค์นั้นเริ่มต้นขึ้นมาจากการเก็บข้อมูลทางเสียงดนตรี ต่อมามีการพัฒนาเพื่อให้เก็บสัญญาณภาพได้ด้วย

CD-R
ตัวย่อของ CD – Recordable หมายถึง แผ่นดิสค์ที่บันทึกได้ แต่เป็นการบันทึกครั้งเดียว ลบไม่ได้ ให้เสียงลักษณะเดียวกับซีดีซึ่งเหนือกว่า DAT และ MiniDisc

CD-ROM
หมายถึง เป็นการใช้ซีดีในแบบของตัวบันทึกข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ บันทึกข้อมูลได้มากเป็น 550 เมกะไบท์

CD-Text
หมายถึง เป็นระบบใหม่ของเครื่องเล่นซีดี ซึ่งก็คือตัวอักษรที่ปรากฎบนจอดิสเพลย์ของเครื่องเล่น เพื่อบอกชื่อเพลงและเนื้อร้อง

Class A
หมายถึง เพาเวอร์แอมป์ซึ่งทำงานโดยวงจรแต่ละซีกขยายศัญญาณบวกและลบพร้อมๆกัน เพื่อลดการสวิทชิ่ง ทำให้มีความเพี้ยนน้อย ให้คุณภาพเสียงดีมาก แต่เครื่องมักจะร้อนได้ง่าย

Class B
หมายถึง เพาเวอร์แอมป์ที่ทำงานโดยวงจรแต่ละซีก ขยายสัญญาณเฉพาะบวกหรือลบเท่านั้น มีประสิทธิภาพสูง แต่คุณภาพเสียงอาจไม่ดีนัก เพาเวร์แอมป์ทั่วไปจะทำงานใน Class A-B คือ ไม่มีไฟเลี้ยงอยู่ระดับหนึ่ง พอจะเป็น Class A ได้ในช่วงที่ใช้กำลังขับน้อยๆ

Coloration
หมายถึง การที่เสียงบิดเบือนไปจากเดิม อาจเรียกได้ว่าเป็นการแต่งเติมสีสัน หรือการตกแต่งเสียงนั่นเอง

Compression
หมายถึง วิธีการลดเนื้อที่ของการเก็บสัญญาณในระบบดิจิตอล

Crossover
หมายถึง อุปกรณ์สำหรับใช้ตัดแบ่งความถี่ย่านต่างๆ เพื่อให้ความถี่ที่ถูกต้องไปยังลำโพงแต่ละตัว เช่น ตัดแบ่งความถี่ต่ำเพื่อส่งไปยังซับวูฟเฟอร์ หรือส่งความถี่สูงไปยังทวีตเตอร์

———————————————————————————————–  D  ——————————————————————————-

DAB
ย่อมาจาก Digital Audio Broadcasting คือ สถานีวิทยุคลื่น FM และ AM ใดยส่งคลื่นเป็นระบบดิจิตอลสเตอริโอ อย่างเช่น สถานีวิทยุ BCC ให้คุณภาพเสียงยอดเยี่ยม

DAC
ชื่อเต็มคือ Digital-to-Analogue Converter เป็นอุปกรณ์ภายในเครื่องเล่น CD, DVD, Video CD ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอลให้กลับเป็นสัญาณอนาล็อก บางรุ่นบางยี่ห้ออาจรวมอยู่ในตัวเดียวกัน หรือแยกอคนละตัว

DAT
ย่อมาจาก Digital-Analogue Tape เครื่องบันทึกสัญญาณดิจิตลลงบนเส้นเทป ส่วนใหญ่ใช้งานในสตูดิโอ ใช้หัวเทปหมุนคล้ายกับ Video

Data reduction
หมายถึง แหล่งเก็บข้อมูลเสียงดนตรีขนาดเล็ก อย่างเช่น เครื่องเล่น MiniDisc ระบบการเก็บข้อมูลนี้มีอยู่ด้วยกันสองระบบคือ ATAC (Adaptive Transform Acoustic Coding) และระบบ PASC (Precision Adaptive Sub-band Coding)

DCC
ชื่อเต็มยศคือ Digital Compact Cassette มีรูปแบบเป็นเทปคาสเซทท์ และบันทึกเสียงเป็นสัญญาณดิจิตอลลงบนเส้นเทป

DDD
หมายถึง อัลบั้มดนตรีที่บันทึกเสียงด้วยระบบดิจิตอล และผลิตมาสเตอร์ด้วยระบบดิจิตอล หลังจากนั้นจึงนำมาบันทึกลงแผ่นซีดี

Decibel (dB)
หมายถึง หน่วยการวัดความเปลี่ยนแปลงจากแรงดันของเสียง เปลี่ยนไปหนึ่ง dB ประสาทหูคนเราอาจจับความแต่งต่างไม่ได้ในขณะที่ +10 dB จะฟังเหมือนดังขึ้นเป็นสองเท่า

Digital
หมายถึง จำนวนตัวเลขสองฐาน โดยผ่านกระบวนถอดรหัสเสียงมาเป็นจำนวนตัวเลข เพื่อนำตัวเลขดังกล่าวเก็บเป็นข้อมูลสัญญาณต่างๆ เช่น ข้อมูลในแผ่น CD, DVD, MiniDisc, DAT, DCC

Digital output
เป็นสัญญาณดิจิตอลที่ออกมาจากเครื่องเล่น CD หรือ DVD เพื่อที่จะผ่านเข้าสู้เครื่องแปลงสัญญาณ หรือเครื่องบันทึกสัญญาณซึ่งสัญญาณดังกล่าวอาจมาในรูปแบบของไฟฟ้าหรือลำแสงก็ได้

Distortion
คือความเพี้ยนทางสัญญาณ ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น เสียงรบกวนที่สอดแทรกเข้ามาตามสายสัญญาณ

Dolby Labs
ผู้คิดค้นระบบลดเสียงรบกวนในระหว่างการบันทึกเสียง และระบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางสำหรับภาพยนตร์

Dolby B, C+S
ระบบขจัดเสียงรบกวนในระหว่างการบันทึกเสียงและเมื่อเล่น Playback เสียงจะออกมาคมชัด เพราะมีการตัดเสียง Hiss ทิ้งไป

Dolby Digital
รู้จักกันในชื่อว่า AC-3 เป็นระบบเสียงชุดโฮมเธียร์เตอร์ เป็นการคิดค้นของ Dolby Labs ด้วยการเข้ารหัสดิจิตอลเสียง 5 แชนแนล และอีกหนึ่งแชนนแลเป็นสัญญาณความถี่ต่ำเพื่อส่งไปยังซับวูฟเฟอร์

Dolby HX Pro
เป็นระบบที่ช่วยบันทึกย่านความถี่สูงๆ ให้ดีขึ้น และไม่มีความเพี้ยน โดยที่ไม่ต้องมีระบบขจัดเสียงรบกวน

Dolby Surround
หมายถึง เสียงสำหรับโรงภาพยนตร์หรือวีดีโอ เข้ารหัสสัญญาณสำหรับเสียงที่ออกมาทางด้านหลังของตำแหน่งนั่งฟัง เมื่อเวลาเล่นก็จะต้องมีเครื่องถอดรหัส เป็นสัญาณด้านหลังมาประกอบกับเสียงที่เป็นสเตอริโอด้านหน้า

Dolby Pro-Logic
เป็นระบบเสียงในชุด โฮมเธียร์เตอร์ เช่นเดียวกัน แต่เน้นความคมชัดของลำโพงคู่หน้า เพื่อให้เสียงบทสนทนาออกมาชัดเจน และเข้ารหัสเซอร์ราวด์ลำโพงคู่หลัง

Dolby 3 Stereo
หมายถึง การใช้เพาเวอร์แอมป์ขับเสียงแชนแนลสเตอริโอใน ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ให้ออกไปยังลำโพงคู่หน้า ซ้าย/ขวา และอีกแชนแนลส่งสัญญาณสูญหายไปบางส่วน

Drop – Out
หมายถึง อาการที่เกิดขึ้นระหว่างการบันทึกหรือเล่นกลับของเทป เมื่อเส้นเทปสัมผัสกับหัวเทปไม่สนิท หรือมีรอยตำหนิบนเทปทำให้สัญญาณสูญหายไปบางส่วน

DTS
ย่มาจาก Digital Theater System ระบบ DTS นี้ จะเข้ารหัสสัญญาณดิจิตอลเป็น 6 แชนแนลโดยตรง และกลายมาเป็นคู่แข่งขันกับระบบ Dolby Digital

Dual mono
เป็นการออกแบบภาคขยายของเพาเวอร์แอมป์เพื่อให้ซีกขยายสัญญาณ ซ้าย/ขวา ทำงานพร้อมกัน เป็นการช่วยให้เพาเวอร์แอมป์แบบ 2 แชนแนล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

DVD
แผ่น CD รูปแบบใหม่ ด้วยการบีบข้อมูลได้จำนวนมาก และบันทึกทั้งสัญญาณภาพและเสียง ให้ความคมชัดสูง

Dynamic range
เป็นช่วงความดังที่แต่งต่างระหว่างที่มีสัญญาณดังที่สุดและเบาที่สุด จะบอกในหน่วยเดซิเบล

———————————————————————————————–  e  ——————————————————————————-

Electrostatic
ส่วนมากจะหมายถึงลำโพงที่อาศัยประจุไฟฟ้าสถิตย์ในการทำแผ่นไดอะแฟรมเคลื่อนไหว ลำโพงประเภทนี้มักมีรูปทรงบางๆ

———————————————————————————————–  f  ——————————————————————————-

Flutter
คือความไม่คงที่ของการเคลื่อนตัวของเส้นเทป หรือการหมุนของเครื่องเล่นแผ่นเสียง จะเกิดขึ้นแบบวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว

Frequency
หมายถึง ช่วงความถี่เสียงที่มนุษย์เราสามารถรับฟังได้ คือตั้งแต่ 20 Hz – 20,000 Hz ถ้าหากความถี่ต่ำหรือสูงกว่านี้จะรับฟังลำบาก

Front End
หมายถึง ส่วนที่ให้สัญญาณเป็นอันดับแรก หรือบางครั้งเรียกว่า Head Unit ก่อนที่จะส่งสัญญาณนั้น จะถูกส่งเข้าสู่ภาคขยาย Front end หมายถึงวิทยุ เครื่องเล่นซีดี และรวมไปถึงการแต่งเสียงๆ ด้วย

———————————————————————————————–  h  ——————————————————————————-

HDCD
ย่อมาจาก High Definiton Compatible Digital เป็นระบบการเข้ารหัส และถอดรหัสสำหรับแผ่น CD ให้คุณภาพเสียงดีเยี่ยมปัจจุบันถูกนำมาใช้กับเครื่องเล่น DVD สามารถถ่ายทอดสัญญาณเสียงเอ็ฟเฟ็คได้สมจริงมากที่สุดในขณะนี้

Hertz (Hz)
เป็นหน่วยความถี่ หนึ่ง Hz หมายถึง หนึ่งรอบของคลื่นต่อหนึ่งวินาที

Horn loading
หมายถึง วิธีการหนึ่งที่เพิ่ประสิทธิภาพของลำโพง โดยใช้อุปกรณ์ปากแตร จ่อวางหน้าลำโพง

———————————————————————————————–  i  ——————————————————————————-

Impedance
เป็นคุณสมบัติทางไฟฟ้าของวงจรที่มีสัญญาณโดยกว้างๆ หมายถึง ความต้านทานของอุปกรณ์แต่ละตัว เมื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ความต้านทานนี้อาจแปรเปลี่ยนไปกับความถี่ได้ ลำโพงที่มีความต้านทานต่ำคือน้อยกว่า 4 โอห์ม หรือมีความต้านทานที่แปรเปลี่ยนมากๆ นั้น ต้องการเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสูง และเสถียรภาพดีเยี่ยม

———————————————————————————————–  l  ——————————————————————————-

Line level
ใช้สำหรับสัญญาณทั่วไปที่มีความแรงพอที่จะไม่ต้องขยายขึ้นมาอีก ก่อนป้อนเข้าสู่เพาเวอร์แอมป์

———————————————————————————————–  m  ——————————————————————————-

Midband
คือช่วงความถี่ของเสียงส่วนใหญ่ และเป็นช่วงความถี่ที่คนเรารับฟังได้อย่างสบายๆ เพราะไม่สูงหรือต่ำมากจนเกินไป เสียงในย่านความถี่นี้คือ เสียงพูดของคนเรา และเสียงร้อง เสียงกลุ่มคอร์ด
MiniDisc
มีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของซีดี ใช้เทคนิคการบีบข้อมูลเพื่อให้บันทึกสัญญาณได้มากพอสำหรับการเล่นในระยะเวลา 74 นาที
บันทึกสัญญาณได้โดยผู้เล่น
Monobloc
ภาคขยายสัญญาณของเพาเวอร์แอมป์ที่ขยายสัญาณแบบโมโน และบล็อคทั้งสองดังกล่าว แยกกันเป็นอิสระ และนำเมื่อ
สัญญาณทั้งสองดังกล่าวมารวมกัน สัญญาณที่ได้คือ สเตอริโอ
Moving coil
หมายถึง ขดลวดของคอยล์ที่ต่อเข้ากับหัวเข็มแผ่นเสียง เมื่อหัวเข็มเก็บข้อมูลจากร่องแผ่นเสียงจะกำเนิดสนามแม่เหล็ก
เพื่อเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังกลหรือเสียงนั่นเอง
Moving magnet
คือปิคอัพที่ใช้สำหรับการบันทึกเสียงและเล่น เป็นแม่เหล็กขนาดเล็กต่อเข้ากับหัวเข็ม (ปิคอัพ) เมื่อหัวเข็มรูดไปตาม
ร่องแผ่นเสียงแม่เหล็กจะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าขึ้นมา

———————————————————————————————–  n  ——————————————————————————-

Nicam
คือวิธีการออกอากาศสัญญาณโทรทัศน์ ให้มีคุณภาพเสียงที่ดีเท่ากับซีดี ด้วยการอาศัยเทคนิคทางดิจิตอล

———————————————————————————————–  o  ——————————————————————————-

Ohm
หน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า ตัวเลขมากแสดงความต้านทานสูง กระแสผ่านได้ยาก

Oversampling
ใช้ในการแปลงสัญญาณจากดิจิตอลมาเป็นอนาล็อก เป็นเทคนิคในการกรองสัญญาณดิจิตอลและอนุมานข้อมมูล
หรือสุ่มข้อมูลระหว่างช่วงของการ Sampling

———————————————————————————————–  p  ——————————————————————————-

Passive
วงจรหรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการไฟเลี้ยง ไม่มีการขยายสัญญาณ ให้ผลทางดิสทอรชั้นต่ำ แต่ทำให้เกิดการสูญเสีย
สัญญาณได้

Phono stage
กำลังขับเอาท์พุทของหัวเข็ม แต่การให้กำลังขับสัญญาณจะน้อยกว่าสัญญาณของเครื่องเล่น CD และ Tape Deck เครื่องเล่น
แผ่นเสียงบางตัวที่มีแอมป์ภายในตัว ถึงแม้ว่าจะใช้แอมป์แบบพิเศษ แต่คุณภาพก็ยังสู้การเล่นแบบแยกไม่ได้ กล่าวคือ
ใข้เพาเวอร์แอมป์มาขับสัญญาณโดยตรง

Pixel
คือหน่วยของการย่อภาพเป็นจุดเม็ดสีของสัญญาณภาพมีขนาดเล็กมาก

PMPO
กำลังวัตต์รวม โดยนำมาจากค่าของ IC แต่ละเบอร์ ทำใหมีกำลังวัตต์มาก แต่ไม่ใช่กำลังวัตต์ที่แท้จริง ส่วนใหญ่ใช้กับ
เครื่องเล่นมินิคอมโป